8 พฤศจิกายน 2560

ดับ 2 โจรใต้ที่สายบุรีใช้ผู้นำศาสนากล่อมมอบตัวแต่ไร้ผล


เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 60 เวลา 07.00 น. ร.ต.อ.เชาวลิต อาตเต้ง พนักงานสอบสวนเวร สภ.สายบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี ได้มีการสนธิกำลังกับหน่วยปฎิบัติการพิเศษร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ทำการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายบ้านเจาะโบ ม.1 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อทำการปิดล้อมบ้านต้องสงสัย หลังจากพบว่ามีกลุ่มแนวรวมหลบเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่

ลำดับเหตุการณ์

เวลา 04.10 น. นายมะดี ดอเลาะ เจ้าของบ้านได้ออกมาแสดงตน และให้ข้อมูลว่ามีผู้ชายจำนวน 2 คน ชื่อ นายมะ และ นายแซ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง มาจาก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เข้าพักอาศัยอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้ออกมาแสดงตัวแต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมมอบตัว

เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่เกลี่ยกล่อมให้มอบตัว โดยได้เชิญผู้นำศาสนาในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ใช้เครื่องเสียงเรียกบุคคลต้องสงสัย ซึ่งทราบว่ามีอยู่ 2 คน ให้ออกมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่แต่ไร้การตอบรับ

จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ผู้ต้องสงสัย 2 คน ที่หลบอยู่ภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้น เสียงปืนสงบเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เวลา 07.45 น. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท.ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งเดินทางมาจาก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มากบดานในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มไหน เข้ามาในพื้นที่ อ.สายบุรี เพื่ออะไร หรือเพื่อเตรียมการก่อเหตุต้องรอการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่


การปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ปฏิบัติการจากเบาไปหาหนัก หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง อีกทั้งขอความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเกลี่ยกล่อมให้ผู้ต้องสงสัยทำการมอบตัว แสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เป็นผลเมื่อผู้ต้องสงสัยเลือกที่จะใช้ความรุนแรงโดยใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่จึงเกิดการปะทะกันขึ้น จนนำมาซึ่งความสูญเสียที่ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
-----------

7 พฤศจิกายน 2560

2 ผู้ต้องหารับสารภาพเผาร้านสะดวกซื้อ-ปั๊ม ปตท. และกราดยิงบ้านเรือนราษฎรที่หนองจิก


เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลตำรวจตรี ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้แถลงความคืบหน้าคดีความมั่นคง ต่อสื่อมวลชนรวมสองคดี

ซึ่งสองคดีเหตุเกิดขึ้นในท้องที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 คนร้ายเผาร้านสะดวกซื้อ และวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. และระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอหนองจิก เมื่อ และเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อำเภอหนองจิก


เหตุการณ์แรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 เวลาประมาณ 21.30 น.คนร้ายประมาณ 7-8 คน สวมใส่หมวกไหมพรมปิดหน้า ใช้อาวุธปืนครบมือยิงหม้อแปลงไฟฟ้า ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. จากนั้นเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น บังคับให้พนักงานในร้านหมอบลงและใช้อาวุธปืนยิงที่กระจกร้าน ก่อนที่จะวางเพลิงเป็นเหตุให้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นได้รับความเสียหายทั้งหมด จากนั้นคนร้ายวางระเบิดซุกซ่อนไว้บริเวณทางเข้าสถานีบริการน้ำมันก่อนที่จะหลบหนีไป เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้เกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย  ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 พนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงและยื่นคำร้องต่อศาลและศาลจังหวัดปัตตานีได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 6 รายในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ร่วมกันก่อการร้ายและร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์

เหตุการณ์ที่สอง เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อำเภอหนองจิก เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 หตุเกิดบริเวณถนนสายดอนยาง – หาดใหญ่ หมู่ 8 บ้านโคกกอ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมีคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ จากนั้นใช้อาวุธปืนสงคราม และปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงบ้านเรือนราษฎรที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมถนนสายดอนยาง มุ่งหน้าเข้าอำเภอหาดใหญ่ เป็นเหตุให้มีบ้านเรือนราษฎรเสียหายจำนวน 8 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 พนักงานสอบสวนคดีความมั่นคงและยื่นคำร้องต่อศาลและศาลจังหวัดปัตตานีได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 7 คน ในความผิด ฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืน อั้งยี่และซ่องโจร


ทั้งสองเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ซึ่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายซาการียา หัดสมัด และนายมะซอรี อามะ ซึ่งรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปดำเนินคดีต่อไป

Hak of the Year pada masa yang salah dengan siasatan rajin yang salah aduan berkembang pesat Sai Buri.

"Ka Gunda"


Hak menggeliat gelisah pada anggota tentera menahan empat kes yang disyaki menyebabkan letupan, tentera Amerika Syarikat membunuh empat pegawai di Sai Buri. Pattani Kerana pada jumaat 22 Sep lepas.
Punca disyaki Amerika Syarikat meletakkan twisted empat orang telah ditangkap, dengan seorang lelaki mengaku bahawa dia menghadiri mesyuarat dengan tempat kejadian pengeboman satu minggu dan cengking Mr. Yaga Mariya Ba Ngo atau "meja. baru " adalah " tawaran ".

Encik Ma Yu Ma Ya Miso Deng (perjanjian rayuan) dianggap sebagai kunci untuk membuka teka-teki yang membawa kepada penemuan seorang perompak yang di sebalik kejahatan dalam hal ini.

Manakala Jigsaw penghasut keganasan, pihak berkuasa telah memenuhi pengakuan mulut dari salah satu daripada empat suspek ditahan. Shadow menjulang salah membaurkan. Gambar sebenar adalah secara beransur-ansur ... muncul dari dreaminess untuk membersihkan yang ? Adalah perintah dan "subset sekarang" menyertai pergerakan itu, yang direkodkan perbuatan-perbuatan jahat di hari ... Yang ? beberapa

Sebaik sahaja sidang akhbar mengenai perkembangan kes itu kepada media dengan pengenalan Suso Encik Ma Yu Ma Ya Deng, yang mengaku bersalah untuk menyertai punca. Dengan tujuan untuk mengesahkan sumber itu. Dan terpaksa merancang pengeboman. Jika anda melihat dari segi kemajuan tuntutan mahkamah berjaya sehingga ke tahap tertentu. Orang yang tidak mahu keganasan pujian antarabangsa gembira tangkapan pegawai kenyataan. Dan menggesa pengikut untuk menangkap penjenayah yang meninggalkan pendakwaan dan hukuman mengikut undang-undang.

Walaupun kebanyakan orang mengalu-alukan pihak berkuasa boleh menangkap penjenayah yang menyebabkan rangers dibunuh dengan kejam di improvising. Dan satu yang kelihatan seperti jatuh slip di bawah kumpulan pencuri telah dirujuk mendedahkan setiap peringkat jenayah seperti sama sekali untuk merancang. Dan yang memulakan mengebom semua.

Tetapi kemudian, tiba-tiba, beliau telah meletakkan ke atas. Apabila saudara-mara suspek memohon bantuan kepada pihak berkuasa Suruhanjaya Kebangsaan Hak Asasi Manusia (NHRC). PSU. Kampus Pattani Oleh suspek. "Pengakuan paksa" yang menyebabkan pengeboman. Dan telah ditangkap oleh pegawai-pegawai "Tiada caj," juga tidak mendapat peluang untuk melawat.

Saudara-mara mengesyaki bahawa semata-mata tidak akan ia ? Tetapi hari ini, disifatkan sebagai salah satu Hgalahwaen ? Di manakah subjek dakwaan pencabulan hak asasi manusia. Selain itu, undang-undang meminta saya !! orang-orang biasa seperti kita Mempunyai pengetahuan yang mendalam Dan organisasi suka !! Belakang piramid ..... 

Penduduk di kawasan itu yang tahu ? Beliau belakang bertetulang memburukkan lagi masalah tersebut di bawah api. Belum lagi banyak Tetapi untuk mengatakan saya bukan seorang pussy Miss Pornpen Khongkachonkiet dan Cik Anchana dilarang untuk saya , "kedua gadungan yang" daripada Yayasan Kebudayaan Cross. Dan dengan kemasukan itu. Asing bergegas keluar untuk mendapatkan bola keluar. Dengan sambungan mogok telapak Ketua Facebook menyenangkan hati penjenayah besar. Dengan bermain sebagai satu pasukan, mempertahankan penjenayah ini mengembangkan sayap mereka sepenuhnya sebagai hak asasi manusia. (Bahagian Jenayah) Lupakan kesilapan. Orang yang digunakan untuk melindungi daripada Tidak menggunakan otak untuk memikirkan Penelitian sejarah sepenuhnya. Kes-kes seperti Encik da Oha "Mata Guru yang baik kepada dunia" masih ingat saya !! 

Apabila ditanya apa yang salah Julien mempunyai rasa !! Saya tidak tahu !!! Membuat tetap sikap acuh tak acuh kembali spektakuler pura-pura seolah-olah tiada apa yang berlaku. Saya mempunyai baru Nod belakang ke depan dengan sambungan langsung dari perlindungan penjenayah berulang kali. Jangan malu lagi, atau apa ? Tetapi ia amat bertepuk tangan dengan kuat. Untuk mengorbankan diri mereka untuk kebaikan bersama. Tetapi mendapat penjenayah digunakan Diligence tempat yang salah pada masa yang salah. Apabila orang yang tidak bersalah adalah penjenayah, pencuri atau pihak berkuasa di bawah serangan yang melampau. Lodge kejam disembelih kembali dalam lubang. Lihat petisyen menyeru pembunuhan untuk menghentikan penjenayah ini yang mendakwa suka penyamun sekarang .. Yang suspek menggunakan apa yang dikenali sebagai " hak pembangunan " mendarat di Thailand ke Thailand gilang-gemilang yang dimuliakan.


------------------------------------------------

หมู่บ้านจัดตั้ง (อาเจาะ) ของบีอาร์อ็น


ถ้าพื้นที่ใดใน 3 จชต. มีการสังหารหรือทำร้ายคนแก่ ผู้หญิงหรือเป้าหมายที่อ่อนแอ ไม่มีทางต่อสู้โดยเฉพาะคนไทยพุทธ หรือข้าราชการเกษียณอายุ แสดงว่าพื้นที่บริเวณนั้น BRN กำลังฝึกเยาวชนมลายูขั้นสุดท้าย ก่อนจะจบหลักสูตรเป็นการทดสอบการปฏิบัติการว่าสามารถทำได้ตามที่ได้ฝึกไว้หรือไม่ ถ้าเป้าหมายถูกทำลายและไม่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก็ถือว่าจบหลักสูตรเป็น RKK แล้วก็จะขึ้นทะเบียนและส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เหมาะสม RKK ได้เล่าให้ฟังว่าในการปฏิบัติการครั้งแรกจะเกิดความกลัว ยิ่งเมื่อปฎิบัติการเสร็จใหม่ๆ กลัวเจ้าหน้าที่จะรู้ แต่สุดท้ายครูฝึกก็จะขู่ซ้ำจนต้องหลบช่อนตัวและต้องทำตามคำสั่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าถูกจับติดคุกถือว่าไปพักผ่อน และถ้าตายก็ได้ขึ้นสวรรค์ แต่ถ้าพิการพ่อแม่ญาติพี่น้องเท่านั้นที่จะต้องดูแลรักษากันเอง.. ตามยถากรรม
วันนี้จะเล่าถึงประชาชนมลายูในหมู่บ้านที่ BRN ได้จัดตั้งไว้ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ด้วยกันคือ
กลุ่มที่1 เป็นกลุ่มที่เป็นสมาชิกของ BRN และ BAN ได้กำหนดให้เป็นผู้ทำการขับเคลื่อนงานปฏิวัติตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อที่ได้เล่าไปก่อนแล้ว ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพและทุกวัยของสังคมในพื้นที่ 3 จชต. จะทำหน้าที่ต่อสู้กับรัฐไทย โดยมีนักศึกษาและครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาเป็นแกนหลักในการสร้างประชาชนมลายูกลุ่มนี้ให้เป็นสมาชิกเรียกว่า มาชาหรือ มวลชน BRN” จะป้องกันไม่ให้รัฐดึงมวลชนกลุ่มนี้ออกมาจากการเป็นสมาชิก BRN โดยใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันมวลชนดังที่กล่าวมาแล้ว กลุ่มนี้มี 40%
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มคนมลายูที่ต้องการอยู่กับรัฐและต่อต้าน BRN ซึ่งมีน้อยมากเพราะมีความเสี่ยงในการดำรงชีวิตประจำวันวัน และหาก BRN ทราบว่าคนเหล่านี้ต่อต้านก็จะถูกฆ่าเพราะถือว่าเป็น พวกโมนาฟิก (ทรยศ) ฆ่าได้ไม่บาป ได้แก่พวกข้าราชการมลายูผู้ปกครองท้องถิ่น ผู้ปกครองท้องที่ กลุ่มนี้จะถูกตรวจสอบอยู่เสมอว่าต่อต้าน BRN หรือไม่ แต่ BRN ยินยอมให้มีอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่เกิน 5%
กลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้ไม่อยู่กับรัฐบาลและไม่อยู่กับ BRN อยู่เพื่อเอาตัวรอด อยู่เพื่อความปลอดภัยอย่างเดียว เป็นกลุ่มที่มีความรู้ด้านศาสนาหรือด้านสามัญ และมีหน้ามีตาในสังคมเพราะรู้ดีว่าถ้าเข้ากับBRN ก็จะถูกจับกุม ถ้าเข้ากับรัฐก็จะถูกฆ่า ประชาชนกลุ่มนี้จะไม่ให้ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับ BRN  และ BRN ก็จะไม่ทำอันตรายใดๆ ถ้าไม่ไปขัดขวางงานของ BRN กลุ่มนี้ BRN ให้มีในหมู่บ้านได้10%
กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้คือผู้ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลักได้แก่นักการเมือง พ่อค้า นักุธุรกิจ เป็นกลุ่มที่ชอบฉกฉวยโอกาส ถ้ามีเหตุรุนแรงก็จะอยู่เงียบๆ แต่ถ้ามีผลประโยชน์จะเคลื่อนไหว BRN ไม่ต้องการเอาเป็นสมาชิก แต่ถ้าหากไปอยู่กับฝั่งรัฐบาลก็จะถูกตักเตือนหรือถูกทำร้ายทันที กลุ่มนี้จะรอโอกาสเคลื่อนไหวถ้าได้ผลประโยชน์ แต่ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ก็จะออกจากพื้นที่ทันที กลุ่มนี้ BRN ยอมให้อยู่ในหมู่บ้านได้ 5%
กลุ่มที่ 5 คือกลุ่มประชาชนมลายูทั่วไปจะไม่รู้เรื่องราวของ BRN แต่อย่างใด แต่รู้ว่าใครทำดีก็ดีด้วย ใครทำไม่ดีก็ไม่ดีด้วย BRN จึงหวงแหนประชาชนกลุ่มนี้และจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตีสนิท เพราะถ้าประชาชนกลุ่มนี้ไปอยู่กับรัฐ งานปฏิวัติของ BRN จะทำได้ลำบากเพราะประชาชนกลุ่มนี้ก็เป็นเจ้าของพื้นที่และจะมีจุดยืนไปตามกระแสสังคม เช่น BRN บอกว่าการต่อสู้กับรัฐเป็นเรื่องศาสนา พวกเขาก็ยอมรับ แต่ถ้ารัฐมาทำความดีกับเขา พวกเขาก็ยอมรับ ดังนั้นประชาชนกลุ่มนี้ BRN จะมียุทธศาสตร์ป้องกันมวลชน ไม่ยอมเสียมวลชนกลุ่มนี้ไปอยู่กับรัฐ เหมือนกลุ่มที่ 1
เพราะประชาชนมลายูกลุ่มนี้ เป็นต้นทุนสำรองมวลชนของ BRNนั่นเอง ในแต่ละหมู่บ้านจะมี 40%

กระแสฟีเว่อร์ตูน บอดี้แสลม ของ“แสลง” ที่บีอาร์อ็น กลัว!!


กระแสฟีเวอร์จากปรากฏการณ์ตูน บอดี้แสลม นอกจากจะทำให้เยาวชนมุสลิมทั้งชาย-หญิงที่ได้เคยห่างหายจากการร่วมกิจกรรมในลักษณะของ “พหุวัฒนธรรม” ไปนานมากแล้ว เวลานี้พวกเขาได้เดินกลับมาเข้าร่วมกิจกรรมกับตูนด้วยความเต็มออกเต็มใจกับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคมพหุวัฒนธรรมครั้งนี้แล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังได้เห็นปรากฏการณ์ของ “กลุ่มสุดโต่ง” ที่ยังคงพยายามสร้าง “วัฒนธรรมเชิงเดี่ยว” อย่างเข้มข้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียโจมตีและประณามผู้ที่เป็นมุสลิม โดยเฉพาะเยาวชนทั้งชายและหญิงที่เข้าร่วมกิจกรรมกับตูนในครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำ “ผิดหลักการศาสนา” ทั้งในเรื่องการ “บริจาค” และเรื่องการ “เซลฟี่” ถ่ายรูปกับตูนอย่างถึงพริกถึงขิง

นั่นแสดงให้เห็นว่า “บีอาร์เอ็นฯ” และกลุ่มสุดโต่งต่างๆ ยังพยายามที่จะใช้เรื่องศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของคนมุสลิมมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ผู้ที่หวาดกลัว ผู้ที่เข้าใจในเรื่องศาสนาแบบไม่ถึงแก่นแท้ เพื่อไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบพหุวัฒนธรรม อันเป็นการอยู่ร่วมของคนทุกศาสนาในพื้นที่เดียวกัน

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จึงยังสามารถชี้ชัดให้เห็นว่า บีอาร์เอ็นฯ และบรรดากลุ่มสุดโต่งต่างๆ ยังคงใช้เรื่องของ “ศาสนา” เป็น “เครื่องมือ” เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับขบวนการ

เพราะเยาวชนคนมุสลิมหนุ่ม-สาวที่ออกมาร่วมกิจกรรมกับก้าวคนละก้าวกับตูน คือกลุ่มมวลชนคนละกลุ่ม กับที่เป็น “มวลชนจัดตั้ง” ของบีอาร์เอ็นฯ

เพียงแต่ที่บีอาร์เอ็นฯ ออกมาทำการข่มขู่และโจมตีกลุ่มเยาวชนหนุ่ม-สาวมุสลิมที่ออกมากิจกรรมกับตูน เหตุผลสำคัญเพราะบีอาร์เอ็นฯ หวาดวิตกและหวั่นไหวว่า หากให้กิจกรรมที่ได้รับการตอบรับจากมุสลิมหนุ่ม-สาวเกิดขึ้นบ่อยครั้งและต่อเนื่อง อาจจะทำให้บีอาร์เอ็นฯ สูญเสียมวลชนได้ แถมการสร้างมวลชนรุ่นใหม่เข้าสู่ขบวนการทำได้ยากขึ้น

ดังนั้นถ้าจะเขียนให้ตรงประเด็นต้องเป็นดังนี้คือ กิจกรรมก้าวคนละก้าวที่ทำโดยตูน บอดี้แสลม ถือเป็น “ของแสลง” บีอาร์เอ็นฯ กลัว!!

6 พฤศจิกายน 2560

เซลฟี่ไม่ผิดหลักศาสนา ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โยนบาปให้คนอื่น


##เซลฟี่ไม่ผิดหลักศาสนา ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โยนบาปให้คนอื่น 
ถือเป็นต้นเหตุแห่งฟิตนะห์ที่แท้จริงต่อมุสลิมในประเทศไทย 

การถ่ายรูปคู่กับชายอื่นในที่สาธารณะ (เซลฟี่กับพี่ตูน) นั้น 
ไม่ผิดหลักศาสนาแต่อย่างใด เนื่องจากการถ่ายภาพนั้นอยู่ในที่สาธารณะ และภาพนั้นก้อมิได้มีเจตนาเชิงชู้สาว เป็นการถ่ายภาพให้กำลังใจ แก่เพื่อมนุษย์ด้วยกันเป็นเสมือนพี่น้องกัน 
จึงไม่มีเหตุต้องผิดหลักแต่อย่างใด ดังเช่นกฏหมาย ในการพิพากษา ยังต้องมีการดูที่เจตนา แล้วผู้ที่มาบิดเบื่อนว่าการถ่ายภาพดังกล่าวผิดหลักศาสนาและข่มขู่พี่น้องเรา พวกเหล่านั้น
มีเจตนาอะไร ขอให้พวกเราไตรตรองดู
.........................................................................................


ผมไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบกับคนที่
ออกมาบิดเบือนศาสนาได้ขนาดนี้
แน่นอนว่าทุกศาสนาต้องสอนให้คนทำความดี คิดดี เจตนาดี
ซึ่งพี่ตูนก็มีเจตนาโคตรดี แต่ดันมีพวกโจรใต้ มารศาสนา
ออกมาข่มขู่ บิดเบือน ให้ร้ายแก่ผู้ที่ร่วมบริจาค
ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ ไทยมุสลิม

เอ๊ะ!! หรือพวกมันกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไป
อันนี้ไม่รู้นะผมเดาเอาเอง แต่เดี๋ยวไม่แน่..
พวกมันอาจจะสร้างสถานการณ์อะไรสักอย่างก็ได้
เพื่อขัดขวางคนในพื้นที่ไม่ให้ร่วมบริจาค
เพื่อไม่ให้เห็นด้วยกับการกระทำของคนไทยพุทธ

เพราะพวกมันพยายามอย่างที่สุด ที่จะแบ่งแยกดินแดน
ทำทุกวิถีทางที่จะดึงเอาคนไทยมุสลิม
มาเป็นพวกมันให้ได้มากที่สุ
เพื่อการทำประชามติแยกแผ่นดินในอนาคต
ตามที่พวกมันวางแผนไว้

แต่เท่าที่เห็นภาพในสื่อต่างๆ ชาวบ้านไทยพุทธ ไทยมุสลิม
เห็นด้วยกับการกระทำของพี่ตูน เห็นด้วยกับการทำความดี
ร่วมบริจาคกันมากมาย เข้ามาขอถ่ายภาพกับพี่ตูน
และพี่ตูนก็ถ่ายด้วยไม่ถือตัว เป็นกันเองมากๆ
รู้ไหม ทำไมถึงมีผู้นิยมขนาดนี้ ก็เพราะเป็นดาราไง
ดารานักร้อง/นักแสดง เหล่านี้เป็นคนของประชาชน
เป็นคนดังที่ทำความดีเพื่อคนไทยทุกคน (รวมถึงโจรด้วยนะ)

ครั้งหนึ่งในชีวิตผมก็อยากถ่ายภาพคู่ด้วย




วิ่งต่อไปครับพี่ อย่าหยุด
ทำมันให้เต็มที่ ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนภูมิใจในตัวพี่ครับ
#อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตนเองเท่านั้น
#ตูนบอดี้แสลม

24 ตุลาคม 2560

"มาลาลา" เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพโดนถล่ม หลังไม่แต่งตัวแบบหญิงมุสลิม


มาลาลา ยูซัฟไซ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวปากีสถาน กำลังตกเป็นเป้าของพวก "เกรียน คีย์บอร์ด" หลังถูกมองว่า แต่งตัวเป็นตะวันตกมากเกินไปมาลาลาวัย 20 ปี ซึ่งเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด หลังเอาชีวิตรอดจากกระสุนปืนของตาลีบันถูกเผยแพร่ภาพขณะสวมเสื้อแจ็คเก็ต กางเกงสกินนี่ ยีนส์ และรองเท้าบู้ทหุ้มข้อแบบมีส้น ไม่ใช่เครื่องแต่งกายแบบหญิงมุสลิมเหมือนเมื่อครั้งเพิ่งเข้าเรียนใหม่ๆ ซึ่งสื่อปากีสถานได้ให้ความสำคัญกับข่าวการเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวของเธอพอๆ กับข่าวแผ่นดินไหว และทำให้เธอตกเป็นเป้าของพวกเกรียน คีย์บอร์ด แม้ว่าเธอจะยังคงคลุมศีรษะ เหมือนตอนที่เพิ่งไปอยู่อังกฤษเมื่อ 5 ปีก่อนก็ตาม
มาลาลาไม่มีโอกาสที่จะใช้ชีวิตนักศึกษาได้อย่างเต็มที่เหมือนเพื่อนๆ ร่วมมหาวิทยาลัย เพราะเธอโดนกระแสโจมตีอย่างหนักที่บ้านเกิด ซึ่งหนึ่งในข้อความเกลียดชังที่โพสต์ในทวิตเตอร์และสื่อปากีสถานนำมาเผยแพร่ซ้ำ ได้รวมถึง "นี่คือเหตุผลที่กระสุนพุ่งเป้าไปที่ศีรษะของเธอ เมื่อนานมาแล้ว"
ข้อความที่ 2 ระบุว่า "ดูมาลาลาผู้เสแสร้งสวมกางเกงสิ นี่เธอยังเป็นมุสลิมอยู่อีกหรือ" และข้อความที่ 3 บอกว่า "อยากได้รางวัลโนเบลและเข้าเรียนที่มหาวิทยาอ๊อกซ์ฟอร์ดใช่มั้ย ขั้นตอนที่ 1 คือ ยอมโดนยิงด้วยการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีแค่นี้ก็คุ้มแล้ว ... lol...การใช้ถ้อยคำกระแนะกระแหนมาลาลา ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้สนับสนุนเธอ และหนึ่งในนั้นคือ อานิตา อานันด์ นักจัดรายการวิทยุ "Any Answers ? ของ BBC ที่บอกว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น มาจากพวกที่ล้าหลังมากที่สุด

มาลาลาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อสร้างความพึงพอใจให้คนพวกนี้ เธอเป็นวีรสตรีและเป็นแบบอย่าง การยืนหยัดเพื่อการศึกษาทำให้เธอได้เข้าเรียนที่หนึ่งในสถาบันการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในโลก เธอไม่ย่อท้อแม้พวกหัวรุนแรงจะพยายามโจมตีเธอก็ตาม"มาลาลาประกาศในทวิตเตอร์ตอนที่ไปถึงมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดว่า "5 ปีก่อน ฉันถูกยิงในความพยายามขัดขวางฉันไม่ให้พูดเพื่อการศึกษาของเด็กผู้หญิง วันนี้ ฉันได้เข้าเรียนเทอมแรกที่อ๊อกซ์ฟอร์ด" เธอประกาศด้วยว่า สักวันหนึ่งเธอจะก้าวขึ้นมาบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี ปัจจุบัน มาลาลากำลังศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญา, การเมืองและเศรษฐศาสตร์ที่ "Lady Margaret Hall" สถาบันเดียวกันกับที่อดีตนายกรัฐมนตรี เบนาซีร์ บุตโต ที่ถูกผู้ก่อการร้ายลอบสังหารในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ที่เมืองราวัลปินดี เมื่อปี 2550 เคยศึกษามาก่อน"