8 ตุลาคม 2561

ดร.มหาธีร์ "เยือนไทยปลายตุลาคม เดินหน้าพูดคุยดับไฟใต้"


นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มีกำหนดการเดินทางเยือนไทยช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีการหารือเพื่อเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังจากหยุดชะงักมาระยะหนึ่งด้วย 
 ดร.มหาธีร์ โมฮาหมัด นายกรัฐมนตรีวัย 93 ปีของมาเลเซีย เตรียมเดินทางเยือนไทยช่วงปลายเดือน ตุลาคม ภายหลังนำพรรคฝ่ายค้านชนะเลือกตั้ง และก้าวขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคม เป็นต้นมา
          การเดินทางมาไทยรอบนี้นอกจากจะเป็นการเยือนตามธรรมเนียมเมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำประเทศในอาเซียนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันแล้ว ดร.มหาธีร์ ยังมีวาระหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เกี่ยวกับการเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขด้วย
          ช่วงปลายเดือน กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า ปลายเดือนตุลาคมจะมีโอกาสได้พบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อหารือกัน และจะดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งยังบอกว่ารัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด โดยได้เปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยคนใหม่ ขณะที่ฝ่ายไทยก็กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงจะเหมาะสม
          การเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยคนใหม่ เกิดขึ้นในช่วงเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา โดย ดร.มหาธีร์ ได้ลงนามแต่งตั้ง ตัน สรี อับดุล ราฮิม บิน โมห์ด นูร์ (Tan Sri Abdul Rahim bin Mohd. Noor) อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวกฯคนใหม่ แทน ดาโต๊ะ สรี อะหมัด ซัมซามิน ฮาซิม ซึ่งสนิทสนมกับอดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ทั้งยังทำหน้าที่มานานตั้งแต่ปี 55 โดยรัฐบาลมาเลเซียอ้างว่าหมดวาระการทำหน้าที่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 61
          หลังรับตำแหน่งผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยคนใหม่ ได้ไม่นาน ตัน สรี อับดุล ราฮิม ได้นัดหมายแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นที่พำนักอยู่ในมาเลเซีย 5 กลุ่ม จำนวนประมาณ 20 คน เข้าพบ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย เพื่อหารือแนวทางการดำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อไป โดยแกนนำบีอาร์เอ็น 1 ใน 5 กลุ่มนี้ มีชื่อ นายดูนเลาะ แวมะนอ อดีตครูใหญ่โรงเรียนปอเนาะญิฮาด ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไทยเชื่อว่าเป็นผู้นำสูงสุดของบีอาร์เอ็นในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย แต่ปรากฏว่า นายดูนเลาะ ไม่ได้เดินทางไปตามนัด
          มีรายงานด้วยว่า หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยคนใหม่ ตัน สรี อับดุล ราฮิม เคยเดินทางมาไทยอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อพูดคุยกับผู้มีอำนาจฝ่ายไทยในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวคณะพูดคุยฝั่งผู้เห็นต่างจากรัฐ โดยลดบทบาทของกลุ่ม"มารา ปาตานี" ลง และเพิ่มพื้นที่ให้กับกลุ่มบีอาร์เอ็นมากขึ้นแทน เพราะเชื่อว่ามีอิทธิพลกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมากกว่า


5 ตุลาคม 2561

ฟันธงกลุ่มโจรใต้ฆ่าสองแม่ลูก รัฐจ่ายเยียวยา 1 ล้าน


ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงสองแม่ลูกจนเสียชีวิตคาร้านน้ำชาใน อ.ทุ่งยางแดง เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะที่รองผู้ว่าฯปัตตานี มอบเงินเยียวยาให้ทายาททันที 1 ล้านบาท
  เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 4 ต.ค.61 น.ส.อารมย์ จอมเพ็ชร อายุ 48 ปี และ นายกวินท์ ชวิศสกุล อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นจ่อยิงขณะนั่งในร้านน้ำชาเพื่อรับประทานอาหาร ในพื้นที่บ้านควน ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้ น.ส.อารมย์ เสียชีวิตคาที่ ส่วน นายกวินท์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และสิ้นใจระหว่างนำส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง
          หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และสอบสวนจนทราบว่า น.ส.อารมย์ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ส่วนนายกวินท์ ลูกชาย ยังเป็นนักศึกษา เรียนอยู่กรุงเทพฯ ช่วงปิดเทอมก็ลงมาเยี่ยมแม่ และช่วยงานแม่ออกตรวจไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่ โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่กำลังเดินทางไปทำงาน และแวะรับประทานอาหารเช้าที่ร้านน้ำชา จังหวะนั้นเองคนร้ายซึ่งมากัน 4 คนและคาดว่าสะกดรอยตามผู้ตายมาก่อนแล้ว ได้จอดรถจักรยานยนต์บริเวณหน้าร้าน แล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นที่เตรียมมายิงใส่สองแม่ลูก ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง
    ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย นายอับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอทุ่งยางแดง นายธำรงศ์ แสงสุวรรณ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดปัตตานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ทายาทของ น.ส.อารมย์ และ นายกวินท์ เป็นเงิน 1,000,000 บาท โดยไปมอบกันที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดงอย่างรวดเร็ว
  เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ แถลงนโยบายเสริมสร้างสันติสุขชายแดนใต้ได้เพียง 1 วัน ที่อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดย พล.ท.พรศักดิ์ แถลงตอนหนึ่งว่า จะเน้นการแก้ปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ เพราะสิ่งนี้คือสาเหตุต้นๆ ของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำหนดกรอบเวลา 3 เดือน มั่นใจว่าปัญหายาเสพติดในพื้นที่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนการทำพื้นที่ให้ปลอดภัย จะดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่าย
          พล.ท.พรศักดิ์ ยังเน้นย้ำด้วยว่า การทำงานนับจากนี้ไป ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น และช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ติดยึดศาสนา ประเพณี เพราะคนไทยทุกคนมีความเท่าเทียมกัน หน่วยราชการต้องเลือกคนดีมาปฏิบัติงาน เพื่อจะได้ไม่มีการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความระแวง

รอง ผวจ.ปัตตานีมอบเงินเยียวยาครอบครัวสองแม่ลูกที่ถูกยิงเสียชีวิตในร้านน้ำชาที่ปัตตานี


   ปัตตานี - นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย นายอับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอทุ่งยางแดง นายปริวัตร เกื้อหนู ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายธำรงศ์ แสงสุวรรณ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดปัตตานี นายประภักดิ์ เขียวดำ ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานเยียวยา เจ้าหน้าที่เยียวยาอำเภอจังหวัดปัตตานี มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ทายาทของ น.ส.อารมย์ จอมเพ็ชร และ นายกวินท์ ชวิศสกุล คือ นายเปรมศักดิ์ จอมเพ็ชร และ นายประสงค์ ไชยวีระ จำนวน 1,000,000 บาท จากเหตุคนร้ายลอบยิงขณะกำลังซื้ออาหารในร้านน้ำชาบ้านพิเทน หมู่ที่ 2 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 08.30 น. ได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงราษฎรขณะกำลังซื้ออาหารในร้านน้ำชา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ดังนี้
1.นางสาวอารมย์ จอมเพ็ชร อายุ 46 ปี เลขประจำตัวประชาชน 3-7607-00135-87-0 อยู่บ้านเลขที่ 2 ซอย 3 ถนนเทศบาล 1 อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
2.นายกวินท์ ชวิศสกุล อายุ 27 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1-9599-00279-38-7 อยู่บ้านเลขที่ 8/8 ซอยรามคำแหง 164 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดง เหตุเกิด บริเวณร้านน้ำชาบ้านพิเทน หมูที่ 2 ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง
 นางสาวอารมย์ จอมเพ็ชร

นายกวินท์ ชวิศสกุล

ในส่วนของคดีทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าทราบแล้วเป็นกลุ่มไหน คาดคนร้ายยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสหรือพบบุคคลแปลกหน้าในพื้นที่กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

4 ตุลาคม 2561

ประชาชนชาวไทยพุทธปัตตานี พร้อมสนับสนุนแม่ทัพภาคที่ 4 เดินหน้าแก้ปัญหาไฟใต้


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เวลา 15.15 น. ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร ตำบลตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดปัตตานีจำนวนกว่า 400 คนพร้อมด้วยส่วนราชการให้การต้อนรับ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในโอกาสเดินทางลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธในพื้นที่ปัตตานี เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะรวมถึงปัญหาข้อขัดข้องจากตัวแทนชาวไทยพุทธในพื้นที่ สำหรับเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัด 5 อำเภอ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทุกคน ทุกศาสนา สามารถดำเนิดชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างปลอดภัยและมีความสุข


โอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนที่มาต้อนรับเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พร้อมจัดการกับทุกปัญหา เพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆทั้งเรื่องการ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอทั้ง 37 อำเภอดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงรวมถึงความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆซึ่งการ มาพบปะกับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้เหตุผลสำคัญก็คือการขอการสนับสนุนและความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เรื่องการช่วยเหลือป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจากหมู่บ้านชุมชนซึ่งพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ต่างยกมือให้การสนับสนุนและพร้อมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันกับแม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานทุกภาคส่วน

3 ตุลาคม 2561

แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงร่วมแก้ไขปัญหาพื้นที่ร่วมกับทุกภาคส่วนภายใต้ “กรอบกฎหมายและแนวทางสันติวิธี”


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการประชุมแถลงแผนนโยบายการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2562 โดยมีผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปีงบประมาณ 2562  

ภายหลังการประชุมแถลงแผนนโยบายการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2562 พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงนโยบาย แนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปีงบประมาณ 2562 ว่า จะยึดมั่นนโยบายรัฐบาลในกรอบยุทธศาสตร์ชาติความมั่นคง 20 ปี และยึดหลักตามแนวทางของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คือ การใช้ยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยเน้น 8 หัวเมืองหลัก รวมถึงการสร้างความเข้าใจต่อประชาชนทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อให้ทุกคนทุกฝ่ายได้เข้าใจถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ส่วนในด้านการพัฒนานั้นจะเดินหน้านโยบายสามเหลี่ยมเศรษฐกิจของรัฐบาล ควบคู่กับการใช้ศาสตร์พระราชา เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ในด้านการสร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนจะเน้นการบูรณาการกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ จะใช้ยุทธศาสตร์คนดี ทุกหน่วย จะต้องคัดคนดีมาปฏิบัติงาน และไม่สร้างเงื่อนไข        

สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อพี่น้องประชาชนคือการเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะจากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ มีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้มีการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมประสานกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำลูกหลานที่ติดยาเสพติดกลับคืนสู่สังคม โดยการบำบัดรักษาและฝึกอาชีพ ส่วนผู้ค้าก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในช่วงสามเดือนแรกควบคู่กับการทำพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยมีหัวใจหลักคือ การตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอทั้ง 37 อำเภอ โดยมี นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข และภาคประชาชน รวมถึงผู้นำศาสนาและผู้นำท้องที่ท้องถิ่นต่างๆ มาร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน ภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางสันติวิธี

             “ผมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ผมได้รับมาจากการทำงาน และคนที่มาช่วยกันทำงานด้วยความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่การแก้ไขปัญหาได้” พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  กล่าวทิ้งท้ายเพื่อให้ความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชน

คนร้ายดักยิงผอ.โรงเรียนที่ปัตตานี


ผอ.โรงเรียนที่ปัตตานีดวงแข็ง ถูกโจรใต้ดักยิงแต่ยิงสวนกลับจนคนร้ายหนีกระเจิง แต่ยังเจออีกกลุ่มตามยิงด้วยอาก้ารอดตายหวุดหวิด ตร.เชื่อคนร้ายหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ต.ค.2561 ร.ต.ท.ตุลากร สุริยวงศ์ รอง สว.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายซุ่มยิงบุคลากรทางการศึกษา เหตุเกิดบริเวณถนนในหมู่บ้าน ต.พ่อมิ่ง ม.3 อ.ปะนาเระ นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ปภาณ จันทร์กลับ รอง ผกก.ป. ไปถึงพบเพียงรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า กจ 6460 ปัตตานี ซึ่งเป็นของคนร้ายล้มอยู่กลางถนน และพบปลอกกระสุนอาก้าอยู่ข้างทาง แต่ไม่พบผู้เสียหาย ทราบว่าช่วงเกิดเหตุได้ขับรถยนต์หลบหนี ทราบชื่อภายหลัง คือ นายถวิล แซ่ฮ่ำ อายุ 59 ปี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด


สอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายถวิล ขับรถเก๋งส่วนตัว ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน ก 5829 ปัตตานี ออกจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปโรงเรียน ระหว่างทางถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถ จยย.ขับตามหลังแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายถวิลจึงใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับ 2 นัดทำให้รถ จยย.ของคนร้ายล้มลงและวิ่งหนีเข้าไปในป่า จากนั้นระหว่างที่นายถวิลกำลังเร่งเครื่องหนี รถได้เหยียบตะปูเรือใบที่คนร้ายโปรยบนถนน ทำให้ล้อรถด้านหน้าขวาแตก คนร้ายอีกกลุ่มซุ่มในป่าข้างทาง ได้ใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงใส่นายถวิลอีกชุด แต่กระสุนพลาดเป้า นายถวิลจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปที่โรงเรียนอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนนายถวิลปลอดภัย

28 กันยายน 2561

ศาลมาเลเซีย..สั่งจำคุกชายไทยสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอาร์รายาห์

ศาลมาเลเซียตัดสินจำคุก ชายสัญชาติไทย เป็นเวลา 1 ปี โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่เรียกว่า อาร์รายาห์ (Ar Rayah) ในประเทศมาเลเซีย แต่ถูกศาลจำคุก ในข้อหาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต หลังจากที่เขารับสารภาพ
นิฮ็อก นิเฮ วัย 50 ปี อาศัยอยู่ในเขตปาเซร์ ปูเตห์ (Pasir Puteh) ทางตอนเหนือของรัฐกลันตัน ที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมปีนี้
นายนิฮ็อก ถูกตั้งข้อหาว่าอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต โดย โมห์ด ยูโซฟฟ์ ยูนัส ผู้พิพากษาของศาลในเขต ปาเซร์ มาส ภายใต้มาตรา 15 (1) (c) ของพระราชบัญญัติการเข้าเมืองแห่งถิ่นที่อยู่ 1959/63 ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด RM 10,000 ริงกิตมาเลย์ (หรือประมาณ 78,155 บาท) หรือจำคุกห้าปี หรือทั้งจำและปรับ โดยผู้พิพากษาได้สั่งจำคุก นายนิฮ็อก เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ถูกจับกุม ที่เรือนจำมาชัง ในรัฐกลันตัน และสั่งให้เนรเทศกลับประเทศตนหลังจากได้รับโทษครบกำหนด
นายนิฮ็อก มีท่าทีสงบต่อหน้าศาล โดยไม่มีทนายความช่วยเหลือในคดี และไม่มีสมาชิกครอบครัวเข้าร่วมฟังในศาล
ก่อนหน้านี้ นายนิฮ็อก เดินทางมาถึงภายใต้การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและต่อต้านการก่อการร้ายประจำรัฐ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกล่าวต่อศาลว่า ภรรยาของนายนิฮ็อก ที่อยู่ในจังหวัดปัตตานี ตอนใต้ของประเทศไทยได้รับแจ้งถึงเรื่องการดำเนินคดี ในวันพฤหัสบดีนี้แล้ว
นายนิฮ็อก เป็นหนึ่งในห้าคน ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งถูกคุมขังภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายการและการรักษาความปลอดภัย (มาตรการพิเศษ 2012) พ.ศ. 2555 หรือ Sosma ในข้อหาเป็นสมาชิกขบวนการการก่อการร้ายใน WhatsApp ที่เรียกว่า “อาร์รายาห์” (Ar-Rayah)
กลุ่มดังกล่าวต้องการที่จะก่อปัญหา ในจุดศูนย์กลางที่สำคัญๆ ของรัฐเคดาห์, ปีนัง และมะละกา
โดยการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ชายไทยผู้นี้ ได้รู้จักกับ ต็อก เซอร์บัน (Tok Serban) ในเฟสบุ๊ค เมื่อสามเดือนที่แล้ว ผู้ซึ่งแสดงความประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวมุสลิมที่ถูกกดขี่ เด็กกำพร้าและมารดา หม้ายที่เลี้ยงลูกคนเดียว ในปัตตานี
นายนิฮ็อก สนใจข้อเสนอของ ต็อก เซอร์บัน และให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งถูกแจ้งรวมอยู่ในกลุ่ม "WhatsApp" ของอาร์รายาห์ ด้วย
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเชื่อว่า นายนิฮ็อก เป็นสมาชิกของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนจากชายแดนใต้ของไทย โดยแหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวก

"ผู้ต้องสงสัย (นายนิฮ็อก) ยังได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วมกับสมาชิกในกลุ่ม เพื่อร่วมบริจาคเงินในการซื้ออาวุธปืนและกระสุนปืน" เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกล่าวในการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 14 กันยายน "ตำรวจได้ตรวจยึดระเบิดควันห้าลูก ขณะบุกเข้าจับกุมกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มอาร์รายาห์"
แหล่งข่าวที่รู้เรื่องคดีนี้ดี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาหลักฐานชี้ชัดในข้อหาก่อการร้าย ของนายนิฮ็อก จึงทำให้เขาโดนข้อหาพระราชบัญญัติการเข้าเมืองแทน โดยแหล่งข่าวปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้

รัฐบาลมาเลเซียได้แต่งตั้ง นายอับดุล ราฮิม นูร์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซีย ในการพูดคุยสันติสุข เพื่อประสานยุติความขัดแย้งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,500 รายแล้ว ในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2547