23 ตุลาคม 2560

"Tak Bai Kru Se" new history group. Through the organization. People pretend to die.


The situation that happened at Tak Bai district. Narathiwat Province on October 25, 2547 the non-recurring nature. Or by demanding needs of the people. Or the relatives of the accused to tell a lie about weapons of six people, but as a matter of deliberately creating a situation clearly. Is coordinated with the masses in many areas. Including in the area of Tak Bai And other areas The rally was attended also the meeting point at the same time ...
Which later appeared to have all the men. Youth groups and hundreds of people. Began to come off the entrance of the police station in Tak Bai district. To pressure authorities to release the accused either 6 that, when the time has elapsed.The number of people who have embraced many thousands of people. Officials are trying to use mediation   But the protesters did not seem to hear anything. Along with the acclaim with sedition Extended terms to the authorities to release the accused 6 without qualification only.
While officials are trying to contact the parents of the band as a teenager to help lull the child to return home. This may result in some degree Some demonstrators have started to return. The trick is to know the process of persuading to convince the villagers gathered hem Bai police station. There is some information that previously had to pretend that people will turn to clerics (the fasting month of Ramadan) , which locals believe it is a lot. But in reality, the process of carrying reinforcements to join the rally to protest more. But it's still likely to be severely increased. When some protesters are bringing weapons into. And some symptoms in delirium. And violence  Step up to the rocks Sticks and throwing objects authorities. And until someone has a gun. Then start doing some push invaded the area where officers are located. The clashes more Leading to a commotion Officials will disperse using a high pressure water spray at the protesters. Military and police use of force Those arrested several ringleadersPeople who are vocal Control the situation And when the situation calms down It turns out that the demonstrators were killed and some officers were injured.
The criteria for people to come together, leading to the loss. The purpose of the violence needs to create a new history coming up. It also brings events Linked to major eventsOccurred about the same as the Kru Se, Tak Bai incident is considered a "death squad" from being deceived as to the victim's death, a group effort. As planned out in advance. With propaganda to incite the public to take part in the fighting without ideology. Leading to loss of lives will be lost in the event that nobody wants to happen. All parties regret about those events but through the organization. As a condition to use in combat.
        For problems in the southern border provinces. I agree that there are many complicating factors that are linked together. And the problems are intertwined in a complex, multi-dimensional. The introduction of race, religion, culture and traditions. And way of life is to make a difference. Has alienated The idea that for the past until now. A hatred for people of different religions. Including through the efforts of the organization. In planning to create a rift in the space frame.Besmirch authorities 

        They also found that those who had joined the movement, the Kru Se Bai. There are some people who are involved in such incidents. Hate leads to impress. This is a channel for the movement. Bring those people to join it.Dictates that the cause of the attack. State officials abused Mr. Ma, one of which is waiting for the Sochi Chantravadee former key leaders have been caused missteps in Bacho district.Narathiwat But the ending of the ringleaders led the assault on the naval base must sacrifice 16 bodies.

        Many events The plan is to dig a pit of deception through the organization. People who pretend to be dead. Want to create a more contemporary history. As a condition to undermine the legitimacy of the authorities to enforce the law.In turn, the anniversary of a major event when. The wing political alliance to recapture. Publication delves into the old story Which is commendable that the evil plans of these groups have stepped on the dead bodies of Muslims themselves dead bodies already described. For serving Satisfy a craving .. The benefits of a vocal movement that is blessed country. Only a few people ... the people in the area.. Those who have lost family ... so what?

--------------------------

مقام مالزیایی: داعش برای تقویت جایگاه خود چشم به مالزی دارد

  کوالالامپور - ایرنا - معاون وزیر کشور مالزی با بیا اینکه مالزی از جمله کشورهای اسلامی است که صلح و ثبات در آن وجود دارد گفت: گروه تروریستی داعش برای تقویت جایگاه خود در جنوب شرق آسیا و همچنین به منظور جذب پیروان بیشتر به این کشور چشم دارد.



به گزارش روز چهارشنبه ایرنا از روزنامه 'نیو استریت تایمز'، 'نور اسلان محمد' معاون وزیر کشور مالزی تصریح کرد که تروریست های زیادی مالزی را به عنوان مکانی می دانند تا بتوانند اعضاء جدید جذب کنند و حمایت هایی از سوی جمعیت مسلمان این منطقه جذب نمایند.
وی افزود: علاوه بر این، اگر هر حمله تروریستی در اینجا رخ دهد، گروههای همچون داعش آن را به عنوان موفقیت خود در مورد ایجاد اغتشاش و نسبت دادن به قدرت دفاعی ما می پندارند.
این مقام مالزیایی با این عنوان که پلیس این کشور تاکنون اقدامات مثبتی برای خنثی کردن حملات تروریستی انجام داده است، گفت که گروه 'ابوسیاف' از هم پیمانان گروه تروریستی داعش ماه گذشته در اختتامیه بازی های جنوب شرق آسیا قصد انجام حملاتی را داشتند.
'نور اسلان محمد' تاکید کرد که پلیس این قبیل فعالیت ها را زیر نظر دارد و در تلاش است تا منبع تامین سلاح تروریست را شناسایی کند.
وی با تاکید بر اینکه نظارت و اقدامات امنیتی ما برای کسب اطمینان از تداوم صلح و ثبات در این کشور ادامه خواهد داشت، تصریح کرد ما از دستگیری تروریست هایی که با داعش در ارتباط بوده اند، تجربیاتی به منظور مقابله با تروریسم به دست آورده ایم.
مالزی از سال 2013 تاکنون حدود 300 متهم به فعالیت های تروریستی را در این کشور بازداشت کرده است که بر اساس آخرین اخبار تنها در سال جاری 45 تروریست خارجی از کشورهای همچون عراق، اندونزی و فیلیپین در مالزی بازداشت شده اند.
آساق**241**1599*1663**انتشار دهنده: خسرو حسینی
انتهای پیام /*

เจ้าหน้าที่มาเลเซีย เผย :   ไอซิส เล็งมาเลเซียในการเสริมสร้างฐานของตนในภูมิภาค
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซียกล่าวว่า มาเลเซียเป็นประเทศอิสลามที่มีความสันติภาพและมั่นคงและกลุ่มผู้ก่อการร้ายไอซิส ตั้งเป้าหมายที่จะเสริมสร้างสถานะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเล็งประเทศมาเลเซียในการดึงดูดผู้เข้าร่วมให้มากขึ้น
Nour Eslom Mohammed รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย ยืนยันว่าผู้ก่อการร้ายหลายคนคิดว่ามาเลเซียเป็นสถานที่เพื่อดึงดูดสมาชิกใหม่ และได้รับการสนับสนุนจากประชากรมุสลิมในภูมิภาค
เขากล่าวเสริมว่า นอกจากนี้หากมีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นที่นี่  กลุ่มต่างๆ เช่นไอซิส ถือว่าเป็นความสำเร็จของพวกเขาในการสร้างความปั่นป่วนและสามารถต้านอำนาจการป้องกันของเรา

18 ตุลาคม 2560

ความแตกต่างระหว่าง อส.vs กลุ่มโจรใต้...


เพจ: Suara Patani ได้ทำการโพสต์ “สยามไทยกับความพยายามในการบรรลุใช้นโยบาย Adu Domba (เเข่งเเกะ, ชนเเกะ)”
โดยกล่าวหารัฐบาลไทยใช้ความฉลาดหลักแหลมเพื่อให้เกิดความเเตกเเยกของความเป็นเอกภาพในปาตานี อีกทั้งได้กล่าวโจมตีการเพิ่มอัตราอาสาสมัคร หรือ อส. โดยเจตนาให้ผู้ที่เข้าเป็น อส.นั้นเป็นลูกหลานปาตานี โดยมีการเสนอค่าจ้างที่สูงเป็นแรงจูงใจ
การจัดตั้งกองกำลังภาคประชาชนเป็นนโยบายของรัฐไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครทหารพราน อาสาสมัครรักษาดินแดน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่เป็นคนท้องถิ่น เพื่อให้คนท้องถิ่นเหล่านี้ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับญาติพี่น้องด้วยกันเอง
จึงไม่แปลกที่เพจกลุ่มขบวนการโจรใต้ออกมาโจมตี เนื่องจากกองกำลังประจำถิ่นที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นทำงานได้ผล ทำงานมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญในเมื่อกองกำลังประจำถิ่นเหล่านี้เป็นลูกหลานที่เติบโตรับรู้ปัญหาข้อเท็จจริงของชุมชน ของสังคมส่งผลให้การแก้ปัญหาถูกจุด บุคคลแปลกหน้าที่เดินทางเข้าออกในหมู่บ้าน ในชุมชนกองกำลังประจำถิ่นสามารถแยกแยะและรับรู้ได้นำไปสู่การระวังป้องกันตนเอง ป้องกันญาติพี่น้องด้วยกันไม่ให้คนร้ายมาทำการก่อเหตุ
ความแตกต่างของอาสาสมัคร กับกลุ่มโจรใต้...
“อาสาสมัคร”ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครทหารพราน อาสาสมัครรักษาดินแดน สมัครใจเพื่อรับใช้ชาติ ปวารณาตัวยอมเสียสละความสุขส่วนตนเพื่อความสงบสุขส่วนรวม มุ่งดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนการโจมตีของเพจสื่อแนวร่วมโจรใต้ที่กล่าวหาว่ารัฐสร้างแรงจูงใจด้วยเงินเดือนที่สูงกว่าคนจบปริญญาตรีนั้น ก็เป็นการสมควรแล้วที่จะตอบแทนให้กับผู้ที่เสียสละ เพื่อแทนคุณของแผ่นดิน

ที่นี้มาดูกลุ่มขบวนการโจรใต้กัน...มุ่งทำการก่อเหตุเพื่ออะไร?..
คงจะเป็นเรื่องเดิมๆ ที่หนีไม่พ้นในเรื่องของผลประโยชน์ ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน สินค้าลักลอบหนีภาษี เสร็จแล้วมายัดเยียดความเจ็บปวดให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำการก่อเหตุอย่างไร้อุดมการณ์ ไร้ทิศทางการต่อสู้ เป็นความเห็นแก่ตัวในเรื่องของผลประโยชน์เป็นใหญ่โดยใช้ความตายของประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง...


นั่นคือธาตุแท้ของกลุ่มขบวนการโจรใต้ที่อยู่ภายใต้หน้ากากที่สถาปนาตัวเองคือ “นักรบ”แท้จริงแล้วกระทำตัวเยี่ยงโจร คอยหลบซ่อนตัวในมุมมืด ไม่กล้าแม้เปิดเผยตัวตน คอยหลบๆ ซ่อนๆ ทำการก่อเหตุแล้วหนี ไม่กล้าสู้ซึ่งๆ หน้านี่!! หรือนักรบของกลุ่มขบวนการ ซึ่งแตกต่างกับอาสาสมัครผู้ซึ่งอยู่ในที่แจ้ง ทำงานเพื่อส่วนรวมเพื่อสังคมและประเทศชาติ แตกต่างกันราว ฟ้า..กับเหว..

15 ตุลาคม 2560

กลุ่มขบวนการ...ที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน!

"Ibrahim"


กลุ่มขบวนการที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน ทำไม? จึงปิดบังซ่อนเร้นอำพรางตัวตน ไม่กล้าสู้ซึ่งหน้า หรือเป็นได้แค่อีแอบที่ดีแต่หลอกใช้คนหาเช้ากินค่ำทำการก่อเหตุ ส่วนตัวเองนั่งเสวยสุขบัญชาการอยู่เมืองนอก....

เขาเป็นใคร..?
ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานสิบกว่าปี เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจที่ถูกดักซุ่มทำร้ายด้วยการลอบยิง ลอบวางระเบิด หรือไม่เว้นแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนที่ต้องตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มขบวนการ (ซึ่งในที่นี้มีหลากหลายกลุ่ม) แต่เป็นที่น่าสังเกตไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่เคยมีกลุ่มไหนยืดอกออกมารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด
ตกลงเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ปัจจุบันนี้ สู้รบปรบมืออยู่กับใคร? (เพราะกลุ่มขบวนการเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในที่มืด)

เรารู้หรือไม่?..ว่าใครเป็นหัวหน้า
คำถามที่คนทั่วไปมักชอบสงสัย และตั้งคำถามอยู่บ่อยๆ คือแกนนำใหญ่ที่คอยสั่งการบัญชาการคนนั้นเป็นใคร? รูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร? แต่จนแล้วจนรอดตลอดระยะเวลาสิบกว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีใครได้ล่วงรู้เลยว่าใครเป็นหัวหน้ากลุ่มขบวนการ นี่หากนำคำกล่าวของ “ซุนวู” ตามหลักตำราพิชัยที่กล่าวไว้ว่า “สงครามรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”หากขยายความ “การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลย จึ่งถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง” ซึ่ง “หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอันใด ถ้าไม่รู้เขาแต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่มีการยุทธ์นั้นแล”สรุปการต่อสู้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้เข้าหลักเกณฑ์ใดของ “ซุนวู” ท่านผู้อ่านลองคิดและวิเคราะห์กันดู

เรารู้หรือไม่ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร..?
การก่อเหตุสร้างสถานการณ์รายวันที่เป็นอยู่ กลุ่มขบวนการมีวัตถุประสงค์อะไร? การจัดซื้อหาอาวุธ อุปกรณ์ประกอบระเบิด ข้าวปลาอาหารสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นได้มาจากไหน ใคร? สนับสนุน น่าคิดนะ!!

เราได้อะไร..? จากเขา
“เรา” ในที่นี้หมายถึงประชาชนที่ใช้ชีวิตเสี่ยงตายอยู่กับกลิ่นควันปืน และเสียงระเบิดที่แผดก้องอยู่บ่อยครั้ง แล้วเราได้อะไรบ้างจากการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการ ฝนตกน้ำท่วมเคยมีมั๊ย!! ที่กลุ่มขบวนยื่นมือมาช่วยเหลือ เพราะลำพังสมาชิกแนวร่วมที่ได้รับความเดือดร้อนเองยังเอาตัวแทบไม่รอดต้องโดนทอดทิ้งอดมื้อกินมื้อมีหลายรายทนไม่ไหวต้องยอมเข้ามอบตัวกับทางการ ในขณะที่แกนนำใหญ่ (ไม่รู้ตัวตนว่าเป็นใคร?) กลับเสวยสุขอยู่เมืองนอก สั่งการให้ระดับล่างๆ ทำการเคลื่อนไหวอยู่อย่างยากลำบากไร้การเหลียวแล

วาญิบเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องกระทำหรือ..?
โดยหลักการ ฟิกฮฺ หรือข้อบัญญัติ ทางศาสนานั้น แบ่งระดับการบังคับใช้ออกเป็น 5 ประเภทกว้าง ๆ คือ “วาญิบ” (จำเป็น) คือ สิ่งที่ทำแล้วได้บุญ ถ้าละทิ้งมีบาป, “สุนัต”(ควรทำ) คือ สิ่งที่ทำแล้วได้บุญ ถ้าละทิ้งไม่มีบาป, “หะรอม” (เป็นบาป) คือ สิ่งที่ทำแล้วมีบาป ถ้าละทิ้งได้ผลบุญ, “มักรูหฺ” (น่าตำหนิ) สิ่งที่ทำแล้วไม่มีบาป ถ้าละทิ้งได้ผลบุญ และ“ญาอิซฺ”หรือ "หะโรส" (สิ่งอนุญาต) คือ สิ่งที่ทำหรือไม่ทำก็ไม่เกี่ยวกับบาป บุญ
เพราะฉะนั้นการก่อเหตุฆ่าคนบริสุทธิ์ที่กลุ่มขบวนการได้พยายามบิดเบือนให้สมาชิกกระทำเป็น“วาญิบ” (จำเป็น) คือ สิ่งที่ทำแล้วได้บุญ ถ้าละทิ้งมีบาปเช่นนั้นหรือ?

หากเราตายไปในการก่อเหตุเป็นการตายชะฮีดหรือ?
การเสียชีวิตของสมาชิกกลุ่มขบวนการที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผู้ที่เสียชีวิตหลายราย มีการละทิ้งการอาบน้ำศพและการละหมาดให้แก่ศพ หากเราพิจารณาถึงสถานการณ์ความไม่สงบใน  3  จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ก็จะพบว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการทำสงครามเพื่อปกป้องศาสนาและเทิดทูนพระดำรัสของพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้สูงส่งเนื่องจากขาดองค์ประกอบหลักในเรื่องการญิฮาดในรูปสงคราม ถึงแม้ว่าผู้ก่อความไม่สงบจะอ้างว่าเป็นการญิฮาดก็ตาม

สุดท้ายใคร? เดือดร้อน
ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า วังวนความชั่วร้ายที่แกนนำกลุ่มขบวนการได้เปลี่ยนแนวความคิดความเชื่อของผู้คน บิดเบือนหลักคำสอนศาสนา บิดเบือนประวัติศาสตร์ชักจูงให้คนหลงผิด จับอาวุธปืน ลอบวางระเบิดเข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักปลา แล้วเป็นไง? เมื่อเจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้กระทำผิดมีการออกหมายจับของศาล ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีแผ่นดินอยู่ ต้องอดมื้อกินมื้อ ยามเจ็บป่วยไม่มีแม้หยูกยารักษา เกิดการปะทะถึงตายหรือถูกควบคุมตัวติดคุกติดตาราง คนที่เดือดร้อนตัวจริงคือลูกเมีย ต้องไม่พ้นหน่วยงานรัฐที่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเยียวยา แล้วแกนนำกลุ่มขบวนการล่ะ!! ไปซุกหัวอยู่ที่ไหน?

ทำไม..? เราต้องเป็นทาสเขา
ก่อนที่สมาชิกจะเข้าสู่วังวนความชั่วร้าย และกลายร่างเป็นซัยตอนชั่ว กลุ่มขบวนการได้หลอกให้หลงเชื่อด้วยการโน้มน้าวในเรื่องต่างๆ จนเราคล้อยตาม หลังจากนั้นจะมีการ “ซูมเปาะห์”สาบานตนเพื่อเข้าสู่ขบวนการอย่างเต็มตัวในการกระทำความชั่ว

ถามว่าสมาชิกเหล่านี้รู้จักหรือไม่? ว่าแกนนำสั่งการใหญ่คือใคร? และทำไปเพื่ออะไร? สมาชิกได้อะไรจากการก่อเหตุ “ในเมื่อเราไม่รู้จักเขา..แล้วทำไม? เราต้องยอมกระทำตาม และตกเป็นทาสเขา” ผู้เขียนได้เพียงแค่ฝากข้อคิดให้ผู้หลงผิด เครือญาติ ครอบครัว หรือบุคคลทั่วไปได้ทบทวนว่าปัญหาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ที่เราเดือดร้อนเป็นน้ำมือใคร? และเราพอใจที่จะทนอยู่เช่นนี้หรือ?


---------------

ใคร?...ฆ่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่กำลังละหมาด


ใคร? จะลงมือได้ถ้าไม่ใช่คนในมัสยิดถ้าเป็นคนนอกจะเข้าไปมัสยิดได้อย่างไร? ต้องเป็นคนในมัสยิดหรืออคนในหมู่บ้านนั่นแหละ? ชาวบ้านรู้อยู่แก่ใจ...ว่าใครทำ?

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณ 19.30 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ลอบยิงนายมะคะตา เจะเต๊ะ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 31 ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ขณะกำลังประกอบศาสนกิจละหมาดที่สุเหร่าตะโละบอแง ม.5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี กระสุนปืนถูกบริเวณศีรษะ จำนวน 1 นัด เป็นเหตุให้นายมะคะตาฯ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์ทำนองนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง คนร้ายลงมือเสร็จโยนผิดให้กับเจ้าหน้าที่ทันที กล่าวหาว่าเป็นทีมงูเต๊ะตามเก็บคนปาตานี
จากข่าวเชิงลึกได้ให้ข้อมูลว่าทีมงูเต๊ะกลุ่มโจรใต้อยู่อย่างอดๆ อยากๆ อดมื้อกินมื้อขาดเงินสนับสนุนจากนายใหญ่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดรับเงินค่าจ้าง 10,000 ฆ่าคน

อีกเหตุความตายของนายมะคะตา เจะเต๊ะ เป็นเรื่องความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นหรือไม่? เป็นเรื่องของการเก็บเงียบก่อนเทศกาลเลือกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือไม่? ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้า ได้ข่าวในปีนี้มีการแข่งขันสูงต้องเดิมพันด้วยชีวิตมีการว่าจ้างกลุ่มงูเต๊ะโจรใต้เดินสายตามเก็บฝ่ายตรงข้ามเพื่อปูทางไปสู่ตำแหน่งอันทรงเกียรติ ก่อนหน้านี้มีการตามเก็บนายอาแว เตาะสาตู เสียชีวิตหน้ามัสยิดภายในโรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลามศึกษา ม.5 ต.ปูโละปูโย อ.หนองจิก ในห้วงเดือนรอมฎอน

ต่อจากนี้ไปการแข่งขันอันเข้มข้น ต้องจับตาดูผู้นำศาสนาในพื้นที่จะถูกกลุ่มงูเต๊ะโจรใต้ตามเก็บอีกกี่รายกว่าจะถึงวันเลือกตั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ตำแหน่งอันเย้ายวนเป็นเรื่องของผลประโยชน์...แต่น่าหดหู่ที่คนศาสนาเดียวกันมาฆ่าพวกเดียวกัน

สุดท้ายให้คิด ใคร? จะลงมือได้ถ้าไม่ใช่คนมุสลิมฆ่าคนมุสลิมด้วยกันเอง ก็คนที่อยู่ในสุเหร่านั่นแหละ....ถ้าเป็นทีมเจ้าหน้าที่จริง จะเข้าไปในสุเหร่าได้อย่างไร?....ชาวบ้านในพื้นที่ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าใคร?ทำ.....ที่ผ่านมาอ้างว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด  NGOs  จะออกโรงทันทีทำการขยายผลต่อ....อดใจรอดูกันอีกไม่นานความจริงก็จะเปิดเผย...คนที่ฆ่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นใคร?

8 ตุลาคม 2560

โจรใต้เจาะถนนเตรียมลอบระเบิด เจ้าหน้าที่ตรวจเจอก่อนทำร้ายผู้บริสุทธิ์


จากการแจ้งเตือนข่าวสารการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด เข้ามาในพื้นที่เพื่อเตรียมการก่อเหตุ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เขตรอยต่อจังหวัดนราธิวาส จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และกองกำลังประจำถิ่นต่างๆ ในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวัง ทำการตรวจตราสอดส่องสิ่งผิดปกติในการดูแลพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเส้นทางที่สัญจรไปมาที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการเดินทางเป็นประจำ


ล่าสุดจากการลาดตระเวนเส้นทาง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.60 เจ้าหน้าที่ ร้อย.ทพ.4105 ร่วมกับ มว.ฉก.นปพ.ยะลา 12 ขณะลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ เส้นทางสาย 4010  เมื่อถึงบริเวณพิกัด QH 711135  ม.1 บ.บาลอ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ได้ตรวจพบหลุมซึ่งมีการขุดเจาะเตรียมใส่วัตถุระเบิดจำนวน 2 หลุม ห่างกันประมาณ 5  เมตร มีความกว้างขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 ซม. ขุดลึกเข้าไปในถนน 1 เมตร


เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นร่วมกันทำการปิดหลุม และได้วางแผนร่วมกันในการเพิ่มมาตรการในการดูแลเส้นทางร่วมกันเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป

5 ตุลาคม 2560

ใคร? จุดไฟขัดแย้งใต้?


ท่ามกลางสถานการณ์ไฟใต้ ซึ่งเวลานี้ดูเหมือน “กระแส” จะเงียบลงไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีกลุ่มหรือบุคคลที่ยังคอย “จุดประเด็น” และ “ปั่นกระแส” ยุ่งยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกอยู่ตลอดเวลา จากการที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งเขียนบทความซึ่งนำคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้นำการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ที่ให้สัมภาษณ์หลังจากเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งบทความนี้เจตนาของผู้เขียนอาจจะมีเจตนาที่จะแนะนำฝ่ายความมั่นคงในการใช้วาทกรรมต่างๆ ในการให้สัมภาษณ์แต่ก็เต็มไปด้วยเจตนาแอบแฝงซึ่งเป็นการ “ดิสเครดิต” ทั้งของตัวแม่ทัพภาคที่ 4 เองรวมถึง จนท.รัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย


          ทั้งนี้กล่าวได้ว่าตัวแม่ทัพภาคที่ 4 เองหรือแม้กระทั่งทุกๆ คนย่อมเป็น “ปุถุชนคนธรรมดา”ย่อมมีอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งในการให้สัมภาษณ์หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจนั้น ย่อมทำให้การใช้ “วาทกรรม” ต่างๆ ในการสื่อสารดูจะเป็นการตอบโต้ที่ดูแข็งกร้าว แต่จากนโยบายต่างๆ ซึ่งออกมา เช่น ยุทธศาสตร์ “กฎหมายนำ การทหารตาม การเมืองขยาย” “โครงการพาคนกลับบ้าน” เป็นต้น ล้วนแต่เป็นโครงการที่ดีซึ่งล้วนนำมาสู่การลดความรุนแรงในพื้นที่และเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนแทบทั้งสิ้น

          จุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งในการจุดประเด็นในครั้งนี้ อาจมีสาเหตุมาจากการเจรจาสันติภาพครั้งล่าสุดซึ่งมีกลุ่มก่อความไม่สงบบางกลุ่ม “เสียผลประโยชน์” ในการร่วมโต๊ะเจรจาครั้งนี้ด้วย ทั้งที่กลุ่มของตนเองนั้นปฏิเสธไม่เข้าร่วมในการเจรจา ทำให้กลุ่มดังกล่าวทำการโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่องโดยใช้ “สื่อ” ต่างๆ เป็นเครื่องมือ ทำให้เกิดความแตกแยกและการเข้าใจผิดซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญในเส้นทางสู่สันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะพอเดาออกว่าฝ่ายหนึ่งทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เกิดความสงบกับอีกฝ่ายหนึ่งที่คอยสร้างความรุนแรงทั้งการก่อเหตุรุนแรงและการใช้สื่อในการประโคมข่าว เพื่อบรรลุผลประโยชน์ของตน ที่น่าสงสารก็คือชาวบ้านตาดำๆ กับตำรวจ ทหารชั้นผู้น้อย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ซึ่งยังต้องอยู่ในความรุนแรงครั้งนี้ต่อไป


ใคร? กันแน่ที่จุดไฟขัดแย้งใต้?.....