13 มีนาคม 2560

รวบผู้ต้องสงสัย 10 ราย เหตุยิงเด็ก 8 ขวบ รือเสาะ


เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560 พันเอกปราโมทย์  พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงข่าวความคืบคดียิงครอบครัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จนเสียชีวิตว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 10 ราย ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับผู้อยู่เบื้องหลัง

"จากการประสานการปฏิบัติทุกฝ่ายทำให้ห้วงที่ผ่าน มาสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 10 คน จากการซักถามในชั้นต้น ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ และสามารถเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ได้ สำหรับสาเหตุและรายละเอียดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป” พันเอกปราโมทย์ กล่าวผู้สื่อข่าวที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

“ส่วนผลการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธสงคราม จำนวน 5 กระบอก และเป็นปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก มีความเชื่อมโยงกับคดีสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสิ้น  21 คดี ที่สำคัญก่อเหตุในพื้นที่อำเภอรามัน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส" พันเอกปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับคดีที่สำคัญๆ ใน 23 คดี นั้นประกอบด้วย หนึ่ง เหตุยิงนายรอเส๊ะ ยะดาหะ เสียชีวิตพร้อมพวกได้รับบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดบริเวณข้างมัสยิด บ้านปาแล อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2558  สอง เหตุโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2558  และสาม เหตุยิงนายอนุรักษ์ ตอแลมาและพวก ได้รับบาดเจ็บ 4 คน ในอำเภอรือเสาะ เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2558

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 นี้ กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านธรรมเจริญ ตำบลโคกสะตอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย รวมทั้งลูกชายวัยแปดขวบและภรรยา และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10  ได้เผยข้อมูลว่า ผลจากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนเล็กกลขนาด 5.56 มม. จำนวน 32 ปลอก พบว่าคนร้ายใช้ยิงมาจากอาวุธปืน 2 ชนิด จำนวน 5 กระบอก คือ อาวุธปืน เอ็ม-16 จำนวน 3 กระบอก และ อาวุธปืน เอชเค-33 จำนวน 2 กระบอก มีความเชื่อมโยงการก่อเหตุคดีสำคัญถึง 23 คดี มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

พันเอกปราโมทย์ กล่าวอีกว่า พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการ และให้ทุกภาคส่วนเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลทางด้านการข่าว เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด

"จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่านายสมชาย ทองจันทร์ ผู้เสียชีวิต เป็นคนดีและเป็นที่ยอมรับของพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม และเป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดี” พันเอกปราโมทย์ กล่าว

เหตุการณ์ดังกล่าได้สร้างความโกรธแค้นแก่ชาวไทยพุทธในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จนมีการเรียกร้องให้รัฐใช้มาตรการเด็ดขาดกับขบวนการก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ได้มีกลุ่มคนที่หวังเสี้ยมสถานการณ์ใช้สื่อสังคมออนไลน์ปล่อยข่าวลวงว่าชาวไทยพุทธจะทำร้านช่วไทยมุสลิม

"เวลานี้มีข้อความที่ต้องการเสี้ยมให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องไทยพุทธกับพี่น้องไทยมุสลิม ซึ่งถือเป็นแผนการร้ายมาก ผสมกับใช้วิธีการนำเสนอสร้างเรื่องราวให้มีความน่าเชื่อถือ ทำให้คนอ่านคนฟังก็หลงเชื่อเข้าใจผิด เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผมขออาสาเปิดสายให้ท่านสอบถามข้อเท็จจริง ตามหมายเลข 0890011999" นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขานุการ คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าว

12 มีนาคม 2560

ผลการซักถามผู้ต้องสงสัย ยอมปริปากยอมรับเกี่ยวข้องการก่อเหตุ 6 คดีสำคัญ รวมถึงคดีฆ่าโหดพ่อค้ารับซื้อยางยี่งอ


ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานผลการดำเนินกรรมวิธีผู้ถูกควบคุมตัวที่สำคัญโดยผู้ถูกควบคุม ให้การยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ จำนวน 6 คดี
นายยาซีน์ เซ็งจูมิง อายุ 24 ปี ภูมิลำเนา 20/6 บ้านโต๊ะชูด ม.6 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานีหมายศาลจังหวัดปัตตานี ที่ ฉฉ.17/2560 ลง 14 ก.พ.60 ให้การยอมรับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เมื่อ 5 ก.ย.57 เป็นผู้ขี่ รถ จยย. ให้กับมือปืน กรณีคนร้ายยิง นายบาราเฮง หะยีสะอะ สมาชิก อบต.ท่าน้ำ อ.ปะนาแระ จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้าน ม.2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาดที่มัสยิด และกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงจนเสียชีวิต
นายยาซีน์ฯ ยังให้การยอมรับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กรณีคนร้ายยิง นายอนันต์ ฟองนวล พนักงานขับรถขนขยะเทศบาล ปะนาแระ เสียชีวิต ขณะที่ผู้ตายกำลังขับรถเพื่อไปเก็บขยะตามจุดต่างๆ ในเขตเทศบาล โดยมีพนักงานมาร่วมเก็บอีก 2 คนอยู่ท้ายรถ ระหว่างที่กำลังเก็บขยะปรากฏว่า มีคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดข้างคนขับก่อนจะใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงหลายนัดจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 8 ก.ย.58 การก่อเหตุในครั้งนั้น นายยาซีน์ฯ ทำหน้าที่เป็นผู้หาเป้าหมายและดูต้นทาง
นายยาซีน์ฯ ยังให้การยอมรับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุรถ จยย.ถูกวางเพลิง เหตุเกิด เมื่อ 21 พ.ค.59 โดยทำหน้าที่ดูต้นทางให้กับกลุ่มขบวนการ อีกทั้งยังยอมรับว่าตนเองร่วมกับ นายรอซาลี วาปิ ทำหน้าที่เป็นผู้หาเป้าหมายและดูต้นทาง
กรณีคนร้ายลอบยิง นางไซนะ หะมะ อายุ 50 ปี ถูกยิงบริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี นายฟาครี นีมือซา อายุ 22 ปี หมายศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ ฉฉ.16/2560 ลงวันที่ 25 ก.พ.60 และ นายอุสมาน โอะยู อายุ 26 ปี หมายศาลจังหวัดปัตตานี ที่ ฉฉ.15/2560 ลงวันที่ 24 ก.พ. 60
ให้การยอมรับเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กรณีคนร้ายลอบยิง นายปกรณ์ ลิปิการวงศ์ และนายอุสมาน สะหะบูดิง เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณโกดังรับซื้อเศษยางพารา เลขที่ 2/1 บ.สุโบะตะแซ ม.3 ต./อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อ เมื่อ 10 ก.พ.60 ที่ผ่านมา และ กรณี เมื่อ 30 ธ.ค. 59 คนร้ายยิง นายนิสือมันดี สาเมาะ อายุ 40 ปี (อส.อ.ยี่งอ) ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณป้อมยาม ทำให้ นายนิสือมันดี ฯ ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.ยี่งอ อ.ยี่งอ  โดยบุคคลทั้ง 2 คน ยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นผู้ดูต้นทางในการก่อเหตุ

9 มีนาคม 2560

ผลตรวจปลอกกระสุนเหตุยิงไทยพุทธรือเสาะ 4 ศพ ชี้ชัดเป็นฝีมือ ผกร.กลุ่มมาราปาตานีจะว่าอย่างไร?


ผลพิสูจน์ปลอกกระสุนเหตุยิงไทยพุทธรือเสาะ เชื่อมโยงคดีสำคัญ 23 คดี เสียชีวิต 13 ราย ตบหน้า MARA PATANI ที่ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ไม่ใช่การกระทำของ ผกร.

ผลพิสูจน์หลักฐาน จาก ศพฐ.10 กรณีคดีคนร้ายยิงครอบครัว นายสมชาย ทองจันทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต 4 ราย ที่ รือเสาะ จ.นราธิวาส พบคนร้ายเคยใช้อาวุธปืนทำการก่อเหตุมาแล้วอย่างโชกโชน เชื่อมโยงคดีสำคัญหลายคดี ชี้ชัดเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ขัดแย้งกับแถลงการณ์ของกลุ่มมาราปาตานีที่ออกมาปัดความรับผิดบชอบก่อนหน้านี้ 

กรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 60 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิง นายสมชาย ทองจันทร์ อายุ 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ.ธรรมเจริญ ต.โตกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะขับรถยนต์เพื่อเดินทางมาประชุมประจำเดือนที่ อ.รือเสาะ พร้อมกับขับรถยนต์ไปส่งนักเรียนที่โรงเรียนอำเภอรือเสาะ โดยมี ภรรยา บุตร และญาติ อาศัยนั่งรถมาด้วยกัน รวม 6 คน 

เมื่อนายสมชายฯ เดินทางมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นเนินเขาและป่ารกทึบสองข้างทาง ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่รถยนต์จำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้นายสมชาย ทองจันทร์ และนางสน ทองจันทร์ ถูกกระสุนปืนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บอีก 4 คน ญาติได้นำส่ง รพ.รือเสาะ คือ น.ส.รสิกา คาด้วง, ด.ช.ธนกฤต ทองจันทร์ ซึ่งได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.รือเสาะ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ ด.ญ.ศิรภัสสร ทองจันทร์ อายุ 12 ปี ถูกกระสุนปืนที่หัวเข่าซ้าย แพทย์ส่งไปรักษาต่อที่ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ และ ด.ญ.ญานิศา ศรีสุวรรณ อายุ 6 ขวบ มีแผลถลอกที่ต้นขา คอ และแขน จากการที่รถเสียหลักตกถนน 


จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความหดหู่สะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่และคนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากการก่อเหตุของคนร้ายมุ่งกระทำต่อเป้าหมายอ่อนแอไร้ทางต่อสู้ เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม กระทำได้แม้แต่เด็กและผู้หญิง 

ความคืบหน้าของคดีล่าสุด ผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนที่เก็บรวบรวมได้ในที่เกิดเหตุของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ.10)  ซึ่งเป็นปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด .223 (5.56 มม.) จำนวน 32 ปลอก และปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. LUGER  จำนวน 11 ปลอก

ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด .223 (5.56 มม.) จำนวน 32 ปลอก เมื่อมีการตรวจพิสูจน์พบว่าคนร้ายใช้ยิงมาจากอาวุธปืน 2 ชนิด จำนวน 5 กระบอก คือ อาวุธปืน เอ็ม.16 จำนวน 3 กระบอก และ อาวุธปืน เอชเค.33 จำนวน 2 กระบอก

ในส่วนของอาวุธปืน เอ็ม.16 จำนวน 3 กระบอกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุพบว่ามีความเชื่อมโยงคดีสำคัญถึง 18 คดีด้วยกัน เช่นคดีคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ชป.ร้อย.ร.15221 ฉก.ยะลา 12 เสียชีวิต 4 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2558 ขณะเดินทางกลับจากร่วมงานแข่งขันกีฬาโรงเรียนตาดีกา อ.รามัน จว.ยะลา คดีคนร้ายยิงและเผา ส.อ.ประสิทธิ์ นัคราเรือง และ พลทหารยูโสบ เต๊ะหลี  เหตุเกิดเมื่อ 16 กรกฎาคม 2558 ในพื้นที่ ม. 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส  

นอกจากนี้คนร้ายยังเคยก่อเหตุยิง นายวิรัตน์ จิ้มเท่ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ อส.อ.รามัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุยิง ส.อ.มาหะหมัด ซีระ อายุ 28 ปี เสียชีวิต ในพื้นที่ ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา 

และล่าสุดเหตุยิงนายสมชาย ทองจันทร์, นางรัตติกา ทองจันทร์, นางสน ทองจันทร์ ด.ช.ธนกิจ ทองจันทร์ (เสียชีวิตทั้ง 4 คน) และ ด.ช.จีรภัทร์ ทองจันทร์(ได้รับบาดเจ็บ) ในพื้นที่ ม.6 บ.ธรรมเจริญ ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 

ที่น่าสังเกตคืออาวุธปืน เอ็ม.16 ทั้ง 3 กระบอก พบว่ามีการใช้ก่อเหตุในคดีเดียวกันหลายๆ คดี คาดว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ได้ลงมือก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคลื่อนไหวในพื้นที่  

ส่วนอาวุธปืน เอชเค.33 คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุมาแล้ว 3 คดีด้วยกัน ซึ่งเมื่อทำการตรวจปลอกกระสุนพบความเชื่อมโยงในสารบบพบว่าคนร้ายเคยใช้ยิงใส่ จนท.ตร.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ของ ศชต. เหตุเกิดเมื่อ 22 ก.ย. 57 ขณะขับรถยนต์ไปตามถนนสายรามัน – โกบาตาบารู เพื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกรณีระเบิด อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหตุคนร้ายยิง อส.ทพ.รอพา มะ และ อส.ทพ.อิสมาแอ วายูโซ๊ะ เสียชีวิตทั้ง 2 นาย บริเวณตลาดนัดบ้านปาโล๊ะ ม.2 ต.บาโงย อ.รามัน จว.ยะลา 

ผลจากการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 (ศพฐ. 10) จะเห็นได้ว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ปฏิบัติการมีความเชื่อมโยงการก่อเหตุคดีสำคัญถึง 23 คดี มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย อีกทั้งทำการปล้นอาวุธปืนของทางราชการไปจำนวนหนึ่ง พฤติกรรมการก่อเหตุดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ที่ใช้อาวุธปืนประจำกายทำการก่อเหตุบ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่ทำการอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความขัดแย้งกับถ้อยแถลงการณ์ของกลุ่มมาราปาตานีที่ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบก่อนหน้านี้ว่าไม่ใช่ฝีมือและการกระทำของกลุ่มขบวนการ.

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดระเบียบตลาดเขาน้อยริมทะเลสะกอม เทพา


ตลาดเขาน้อยซึ่งเป็นตลาดที่ตั้งริมถนนทางหลวงหมายเลข 43 ระหว่างหลักกิดลเมตรที่ 51-53 ติดชายหาดสะกอม  อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นับเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ใช้เส้นทางเดินทางระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ) กับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อีกทั้งยังเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมเส้นทางหลักในการเดินทางขึ้น ลง สู่ภาคใต้ตอนบนและกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดกับริมทะเลใกล้กับย่านเรือประมงหาปลาของชาวประมงพื้นบ้านละแวกนั้น จึงทำให้มีอาหารทะเลสดป้อนเข้าสู่ตลาดเขาน้อยอย่างต่อเนื่องทุกวัน ตลาดแห่งนี้จึงได้รับความนิยมจากผู้คนในท้องถิ่นตลอดจนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก แม่ค้าขายอาหารทะเลสดรายหนึ่งเปิดเผยว่า “ปกติในวันธรรมดาลูกค้าจะไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่หากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ในโอกาสต่างๆจะมีผู้มาหาซื้อสินค้าเดินตลาดเป็นจำนวนมาก



       จากความนิยมในการซื้อขายสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนที่ตลาดเขาน้อยแห่งนี้มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือสถานที่จอดรถ และการจัดการจราจรในพื้นที่ด้านหน้าตลาด ซึ่งมักพบปัญหาสถานที่จอดรถไม่เพียงพอ ปัญหาการจอดรถซ้อนคัน ตลอดจนความไม่เป็นระเบียบตลอดจนความสะอาดในพื้นที่ ล่าสุดหากผ่านบริเวณตลาดเขาน้อยจะสังเกตได้ว่าเริ่มมีการปรับปรุงพื้นที่จอดรถและจัดระเบียบบริเวณไหล่ทางในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยล่าสุดสำนักงานทางหลวงสงขลาที่ 2 ( นาหม่อม ) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตั้งป้ายประกาศเรื่อง ห้ามมิให้ปลูกสร้างร้านค้า/เพิงหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆในเขตทางหลวง พร้อมป้ายประกาศพื้นที่จอดรถ การห้ามจอดรถซ้อนคัน โดยหลังวันที่ 15 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำริมทางตามประกาศของสำนักงานทางหลวงสงขลาที่ 2 ( นาหม่อม ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ก็จะทำให้เห็นผลความคืบหน้าในการจัดระเบียบพื้นที่บริเวณตลาดเขาน้อยมากขึ้น



ภาพ/ข่าว นิบง เมืองใต้

6 มีนาคม 2560

ส.ต.ท.ยิงเมียดับแล้วฆ่าตัวตายตามหลังจดทะเบียนหย่า


ปัตตานี-เมื่อวันที่ 6 มี.ค.60 เวลา 11.20 น. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปัตตานีรายงานข่าวด่วนว่า พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต 2 ศพบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่วิยาการ และอาสากู้ภัย
ในที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถหน้าอำเภอเมืองปัตตานี พบศพชายและหญิงนอนตายกอดกันอยู่ โดยผู้หญิงสาวคือ นางธัญญาภรณ์ พรชิรา อายุ 25 ปี สวมเสื้อสีชมพู กางเกงยีนส์ ส่วนผู้ชายคือ ส.ต.ท.ธีรสิทธ์ จิตณรงค์ อายุ 30 ปี สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ โดยพบบาดแผลถูกยิงเสียชีวิตทั้งคู่ โดยในที่เกิดเหตุพบปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน เพิ่งแต่งงานกันได้ 1 ปีเศษ โดยก่อนเกิดเหตุมาจดทะเบียนหย่ากันที่อำเภอ แต่หลังจากเซ็นใบหย่าแล้วทั้งคู่เกิดปากเสียกันรุนแรง ส.ต.ท.ธีรสิทธ์ชักปืนจ่อยิงอดีตภรรยาที่เพิ่งหย่ากันหมาดๆ เสียชีวิต แล้วใช้ปืนยิงตัวเองนอนตายกอดศพอดีตภรรยา

กศน.จังหวัดยะลาเปิดการแข่งขันกีฬาสายสัมพันธ์ กศน.ยะลาเกมส์ ประจำปี 2560


วันนี้ 6 มี.ค.60 ที่สนามกีฬากลางเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นาย กฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสายสัมพันธ์ กศน.ยะลา เกมส์ ประจำปี 2560 เพื่อส่งเสริมให้เด็กเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีความสามารถทักษะด้านกีฬา โดยการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา ตามโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนที่มีความสนใจ มีความสามารถด้านกีฬา อันจะนำไปสู่การพัฒนาคน และการพัฒนาชาติที่ยั่งยืนต่อไป โดยมี นายธนากร เกื้อกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร นักศึกษา กศน.จังหวัดยะลา เข้าร่วมพิธี



นายธนากร เกื้อกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดยะลา กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาสายสัมพันธ์ กศน.ยะลาเกมส์ ประจำปี 2560 ในครั้งนี้จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักศึกษา กศน.ทั้ง 8 อำเภอ ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,480 คน ได้คัดเลือกเข้าแข่งขันในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการเปิดโลกทัศน์ทางการกีฬา มีความรักความสามัคคี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้จักควบคุมอารมณ์ มีสุขภาพอนามัย มีทักษะชีวิตที่ดีและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนที่มีความสนใจ มีความสามารถด้านกีฬา นำเอาศักยภาพด้านกีฬาที่มีอยู่ มาใช้ควบคู่กับการเรียนและการเล่นกีฬาสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือนำกีฬาไปเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพในอนาคต รวมทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคน และการพัฒนาชาติที่ยั่งยืนต่อไป.


กลุ่มผู้เห็นต่างรายงานตัวต่อแม่ทัพภาคที่ 4 อีก 3 รายหลังต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ

สะบ้าย้อย-กลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เข้ารายงานตัวต่อแม่ทัพภาคที่ 4 เพิ่มอีก 3 ราย เพื่อร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากที่ได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์พิเศษให้เข้ารายงานตัว


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2560 ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางไปรับมอบตัวกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือผู้ที่เคยต่อสู้กับรัฐ ซึ่งมีหมายคดีความมั่นคงของ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อีก 3 ราย ประกอบด้วย นายมะแอ สะอี นายมนตรี ดอเลาะ และนางแมะโซง มะมา ซึ่งทั้งหมดมีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เพื่อร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังจากที่มีความเดือดร้อนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ และไม่เห็นด้วยต่อการต่อสู้ด้วยความรุนแรง โดยญาติได้ประสานติดต่อกับ ร.ต.ท.อุสมาน หมาดบากา ที่รับผิดชอบพื้นที่ ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ให้โทรศัพท์ติดต่อไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อขอเข้ารายงานตัว



โดยหลังจากรับรายงานตัวแล้ว ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบถุงพระราชทานเพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจให้แก่ทั้ง 3 คน และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอำนวยความสะดวกให้ในทุกเรื่อง เช่น การปลดเปลื้องพันธะทางกฎหมาย การสร้างอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการกลับเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป



สำหรับการเข้ามอบตัวของทั้ง 3 คน เป็นไปตามแนวทางของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือผู้ที่เคยต่อสู้กับรัฐได้กลับใจยุติการใช้ความรุนแรง และกลับมาร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์พิเศษ 09-2532-4989 เชิญชวนผู้เห็นต่างให้ติดต่อประสานเข้าโครงการฯ